หลวงปู่บุญ โสภโณ พระเกจิเมืองชลบุรี
"หลวงปู่บุญ โสภโณ" หรือ "พระครูโสภณพัฒนาภิรม" วัดทุ่งเหียง ต.หมอนนาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เป็นพระสงฆ์สุปฏิปันโน ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเสมอต้นเสมอปลาย มีเมตตาธรรมสูง เปี่ยมไปด้วยเมตตา
อยู่ในศรัทธาของชาวเมืองชลโดยตลอด
หลวงปู่บุญ เป็นพระเกจิอีกรูปหนึ่ง มีสมาธิจิตใจอันแน่วแน่ มั่นคง
ปัจจุบันสิริอายุ 80 พรรษา 59 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี และที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลหมอนนาง
อัตโนประวัติ เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2474 ที่บ้านหนองม่วง ชลบุรี
เมื่ออายุครบบวช ได้เข้าพิธีอุปสมบท โดยมีพระครูพินิจสมาจารย์ หรือหลวงพ่อโด่ วัดนามะตูม พระเกจิดังในยุคนั้น เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูสาธรขันติธรรม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ห่อ วัดหนองม่วง เป็นพระอนุสาวนาจารย์
หลังอุปสมบท ท่านได้เล่าเรียนพระปริยัติธรรมด้วยความมุ่งมั่น นอกจากนี้ ยังสนใจในวิทยาคม โดยธุดงค์ไปเรียนวิชาชนิดเจอตัวจริงๆ ของครูอาจารย์ อาทิ หลวงปู่เส็ง วัดประจันตคาม ผู้สร้างเหรียญโภคทรัพย์ นางกวักโด่งดังที่สุดในประเทศ, หลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่าน ศิษย์สายหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า, หลวงพ่อจ้อย วัดบ้านโนน, หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส ได้วิชาเสือสมิงมหาอำนาจมา
ครั้งหนึ่ง หลวงพ่อคล้าย วัดสวนขัน ผู้มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ บอกกับหลวงปู่บุญว่า "ดีจังฮู้ขลังเหม็ด" หมายถึง "หลวงปู่บุญรูปนี้ดีที่สุด เสกอะไรขลังหมด"
สมัยเป็นพระภิกษุหนุ่ม หลวงปู่บุญเคยไปพำนักอยู่ที่วัดระฆังโฆสิตาราม ต้นตำรับพระสมเด็จวัดระฆังฯ จักรพรรดิแห่งพระเครื่องอันเลื่องชื่อ โดยไปพักอยู่กับกับหลวงปู่นาค วัดระฆังฯ ได้มีโอกาสเรียนวิชากับหลวงปู่หิน โดยเฉพาะการเขียนสูตรลบผงพุทธคุณ
ครานั้นท่านได้รับเมตตาจากพระเถระผู้ใหญ่ มอบทั้งพระสมเด็จและผงสมเด็จวัดระฆังฯ พร้อมด้วยสูตรการเขียนและลบผงตำรับเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) อีกด้วย
กาลต่อมา หลวงปู่บุญมีความศรัทธาในหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ซึ่งถือเป็นสุดยอดพระเกจิอาจารย์ด้านวัตถุมงคลพระปิดตาอันดับหนึ่งของเมืองไทย ท่านได้เพียรพยายามศึกษาวิชาการสร้างพระตามตำรับการสร้างหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์
นับเป็นโชคดีที่หลวงพ่อบ๊วย วัดเครือวัลย์ เมตตามอบผงเก่าหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ต้นตำรับขนานแท้และดั้งเดิมมาให้ ซึ่งหลวงปู่บุญได้เก็บรักษามาอย่างดี กระทั่งปี พ.ศ.2551 วัดทุ่งเหียง ได้จัดสร้างพระปิดตาหลวงพ่อแก้ว พิมพ์นิยมหลังแบบ รุ่นไตรมาส 2551 ท่านได้นำผงเก่านี้มาเป็นส่วนผสม
จึงอาจกล่าวได้ว่า หลวงปู่บุญ เป็นพระเกจิรูปสุดท้ายสายหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์
พระอาจารย์อีกรูปหนึ่งที่หลวงปู่บุญมีความใกล้ชิด คือ หลวงปู่เปี่ยม อดีตเจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียง ศิษย์ในสายหลวงปู่ทอง วัดราชโยธา
หลวงปู่บุญได้รับการถ่ายทอดวิชาเข้มอาคมขลังจากหลวงปู่เปี่ยมและรับภารธุระดูแลงานวัดวาอารามจากครูอาจารย์ด้วยความเอาใจใส่
สำหรับเคล็ดวิชาการสร้างพระเครื่องของขลังที่หลวงปู่บุญเรียนมาจากพระคณาจารย์แต่ละท่าน ล้วนเป็นผู้ทรงวิทยาคุณ พร้อมกันนี้ หลวงปู่บุญยังเป็นคลังปัญญาแห่งตำรับตำราสายต่างๆ อาทิ สายวัดประดู่โรงธรรม ตักศิลาแห่งอยุธยา ตำรามหาเวทย์มหายันต์สายวัดพระญาติ สายวัดปากคลองมะขามเฒ่า สายวัดระฆังโฆสิตาราม สายล้านช้าง สายนครวัดนครธม เป็นต้น
หลวงปู่บุญยังมีความรู้ความสามารถในวิชาวิทยาคมที่เรียนมาอย่างแตกฉาน อาทิ การเรียกสูตรลบผงศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ การจารอักขระ เลขยันต์ การปลุกเสกวัตถุมงคล ที่ท่านเน้นว่าต้องทำให้ครบศาสตร์ ครบสูตร
ด้านการสร้างวัตถุมงคลพระเครื่อง ท่านเริ่มจากทำแจกจ่ายในหมู่คณะศิษย์
ทั้งตะกรุด ทั้งเหรียญ ทั้งพระเครื่อง ล้วนแต่มีพุทธคุณโดดเด่นทั้งสิ้น
นอกจากนี้ ยังมีความรู้พื้นฐานด้านสมุนไพร ว่านยาต่างๆ สามารถดูลักษณะบอกสรรพคุณได้ ดังนั้น เมื่อท่านสร้างพระเครื่องวัตถุมงคล ท่านจึงนำวิชาความรู้เหล่านี้มาสะสมมวลสาร อาทิ ว่านสมุนไพรชนิดต่างๆ นับร้อยชนิด กาฝากชนิดต่างๆ เกสร 108 ฯลฯ
มวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านสะสมไว้มีเป็นจำนวนมาก อาทิ ผงหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ผงวัดระฆังฯ ผงปถมัง (สูตรขุนนครเขต) ผงพุทธคุณจากสำนักต่างๆ ผงพรายกุมาร ผงอิทธิเจ ตรีนิสิงเห ผงยาจินดามณี ฯลฯ หากนับรวมกันแล้วทั้ง หมดมีไม่ต่ำกว่าสามร้อยชนิด
นอกจากหลวงปู่บุญท่านมีวิชาดีแล้ว ท่านยังมีเมตตามากที่สุดด้วย ท่านทนเห็นเด็กเล็กเด็กน้อยตกระกำลำบากไม่มีอนาคตไม่ได้
ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2529 ท่านจาริกธุดงค์ไปทางภาคเหนือ บนดอยสูง อาทิ ดอยปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นท้องถิ่นทุรกันดาร ชาวเขาอยู่กันแบบตามมีตามเกิด เด็กชาวเขาขาดโอกาสทางการศึกษา
ด้วยจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตา ท่านได้เห็นสภาพทุกขเวทนาของผู้ยากไร้ ขาดปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ ถูกสังคมทอดทิ้ง พูดเขียนอ่านภาษาไทยได้บ้างไม่ได้บ้าง
อีกทั้ง ชาวเขาสมัยนั้น ยังนับถือภูตผี ยังไม่รู้จักพระพุทธศาสนา หลวงปู่บุญได้ไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ให้รู้จักสวดมนต์ไหว้พระ รู้จักการเรียนเขียนอ่านภาษาไทย ให้การสงเคราะห์เครื่องอุปโภคบริโภค เวชภัณฑ์ยารักษาโรค
ชาวเขาจึงศรัทธาท่านในฐานะหลวงปู่ผู้เมตตา เป็นผู้ให้การช่วยเหลือ เป็นผู้ให้แสงสว่างแก่ชีวิต ชาวเขาเผ่าต่างๆ ได้เข้ามานับถือพระพุทธศาสนาเพิ่มมากขึ้น ชาวเขาที่มีบุตรชายก็นำมาขอบวชเป็นสามเณรเพื่อได้มีโอกาสเล่าเรียนเขียนอ่านภาษาไทย ศึกษาพระปริยัติธรรม
ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกในการอุปการะให้การศึกษาสงเคราะห์ ท่านได้นำเด็กชาวเขาเดินทางมาอุปการะเลี้ยงดูให้เรียนหนังสือที่วัดทุ่งเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี จากเด็กชาวเขาจำนวนไม่กี่สิบ เพิ่มเป็นจำนวนร้อย และหลายๆ ร้อยคนในที่สุด
หลวงปู่บุญ ได้ตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมและทุนนิธิฯ ที่วัดทุ่งเหียง เพื่ออุปการะเลี้ยงเด็กชาวเขาเหล่านี้ที่ผลัดเปลี่ยนรุ่นต่อมาไม่ขาดสาย จากชาวเขาชาวดอยจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตาก กำแพง เพชร ฯลฯ
ตลอดเวลา 25 ปีที่ผ่านมา ท่านสร้างโอกาสสร้างชีวิตใหม่ให้กับเด็กผู้ยากไร้ ให้มีการศึกษา มีอนาคต อ่านเขียนเรียนหนังสือไทย จนกระทั่งสำเร็จการศึกษาระดับมัธยม ระดับอาชีวะ จนถึงระดับอุดมศึกษาประมาณ 2,000 กว่าราย โดยไม่เรียกร้องค่าตอบแทน
หลวงปู่บุญ ในวัยชรา ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมาก เพื่อเลี้ยงเด็กเหล่านั้นด้วยเมตตา หลวงปู่พูดเสมอว่า "อีกไม่นานท่านก็ตายแล้ว ความดีต้องรีบทำ ท่านยอมอดดีกว่าให้เด็กๆ เหล่านั้นหิวข้าว"
ด้วยปณิธานอันมุ่งมั่น หลวงปู่บุญ ยังคงสืบสานกิจวัตรงานสงฆ์ และให้การอุปการะเลี้ยงดูเด็กชาวเขาผู้ยากไร้ต่อไป
เด่นทั้งพุทธาคมและสังคมสงเคราะห์
Source : หนังสือพิมพ์ข่าวสด


























